Fool Nation Alchemist chapter2
posted on 19 Dec 2005 09:56 by naru666Fool Nation Alchemist!!! ต่อๆ...
แปะต่อ....
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A3926355/A3926355.html
ภาพลึกลับจากเวบแฟนอาร์ท
คลิ๊ก>> http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A3926355/A3926355-63.jpg
วินจ์มาน ช่างเครื่องประจำตัวพระเอก คอยให้การสนับสนุน และชักใย? พระเอกอยู่อย่างลับ ๆ
(จะโผล่มาตั้งแต่ มังกะ เล่ม 3 อย่าลืมติดตามอ่านนะครับ)
ทางกองทัพทรทไม่พอใจที่ชาวเมืองสนอิชทำการแข็งข้อ และพยายามคุยคุ้ยความลับ จึงสั่งลิ่วล้อไปแบนข่าวสารซะ และพยายามปิดปากทุกวิธี จนเมื่อเร็วนี้ๆนี้ชาวสนอิชได้รวมตัวกันครั้งใหญ่ นัดไปที่เซ็นทรัลเพื่อระดมพลังขับไล่ และเมื่อ 2-3 วันก่อน เมืองสนอิชก็ถุกนักเล่นแร่แปรธาตุลึกลับบุกเข้าไปแปรธาตุอะไรซักอย่างเป็นขี้หมูแล้วพากันปาเข้าไปในเมืองอย่างเมามัน จนเหม็นโฉ่ไปทั่ว ทำให้ชาวประชาและโดยเฉพาะชาวสนอิชสงสัยว่าอาจเป็นฝีมือของกองทัพที่ไม่พอใจ และส่งนักเล่นแร่แปร(ขี้)ธาตุไปเพื่อข่มขู่ ก็ได้ แต่อีกด้านนึงมีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเป็นกลุ่มมือที่สามก็ได้
ตัวละครอีกตัวที่จะลืมไม่ได้นั่นคือ ฮิวจ์เหนาะ นายทหารระดับเก๋าของกองทัพ ซึ่งภายหลังเกิดไปทราบความลับบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลของกองทัพชิน จึงได้ทำการหลบหนีออกจากกองทัพโดยเอารถสิบล้อ 28 ตัน ฝ่าแหกคุกกองทัพออกมา แต่ก็เสียชีวิตระหว่างหลบหนีออกมา
ตัวละครนี้จะชอบชื่นชมเมียอย่างออกนอกหน้า
เอ เล่ามาตั้งนานยังไม่ได้บอกเลยว่า จุดประสงค์ของพระเอกเราทำอะไร
จริงๆแล้ว แม้ว เอลริค ยอมเข้ามาสมัครในกองทัพเพื่อค้นหาของลึกลับในตำนานที่มีชื่อว่า ศิลา CEO ประชานิยม ว่ากันว่า ใครได้ครอบครองศิลานี้แล้ว จะมีอำนาจในการเลนแร่แปรชาติสูงมาก สามารถแปรทุกอย่างให้เป็นของตัวเองเหนือกฎเกณท์ เหนือกฎหมาย แต่การค้นหาของเขายังดำเนินต่อไป
เป็นกำลังใจให้พระเอกเราด้วย (ให้หาไม่เจอ)
ศิลา CEO ประชานิยม .. มันต้องแลกด้วยเลือดจำนวนมากของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งยังไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จเพราะประชากรรับแต่เบี้ยไม่เสียเลือดให้ทั้งประเทศซะที
แต่ผมว่าสนสการ์อาจทำได้นะ เพราะเขามีชาวอิชวาลรายสัปดาห์รุ่นใหม่ ที่ถูกสะกัดกั้นทางการสื่อสารมาเป็นพวกเยอะแล้วนี่ (ต่อไปจะสื่อสารกันทีอาจต้องปล่อยทาง Bit แทน)
ตัวละครเพิ่มเติม
แน่นอนเป้นคนที่แม้ว เอลริคได้พบตามท้องเรื่องเขาคือหมอของกองทัพที่ชื่อว่า เลี๊ยบ มาร์โก้ เขาเป็นผู้มีศิลาประชานิยมที่ไม่สมบูรณ์แต่ก็ทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง ได้ใช้การทำงานช่วยกองทัพกับโครงการที่ชื่อว่า 30 xx รักษาหมดทั้งโลก แต่ต่อมาโครงการดูท่าจะทำให้กองทัพเจ๊ง เลยไล่เขาออกไปทำงานควบคุมข่าวสาร ซึ่งเขาก็ขยันขันแข็งในการบล็อคเวปโป๊ดีมาก แต่ก็นั่นล่ะสุดท้ายกองทัพเลยย้ายเขาให้ไปทำงานแค่เป็นประชาสัมพันธ์ธรรมดาๆ และยังไม่รู้ชะตากรรมต่อไป..
..โปรดติดตามตอนต่อไป..
ต่อๆๆ (ไหนๆจะไปคุก ก็ไปให้มันไกลๆซะ)
มีคนกล่าวถึง โฮมุนครุสทั้ง 7 พวกเขาคือบุคคลลึกลับ (ที่จริงๆมันไม่ลับซะเลย) ไม่ได้ระบุว่าเป็นฝ่ายของกองทัพ หรือ ฝ่ายของกบฎอิชวาลรายสัปดาห์ แต่ก็มีความร้ายกาจน่ากลัว
- ลัสท์กู๋ ตัวแทนของความมอมเมา และ sex มักจะปรากฎตัวมามอมเมาเยาวชนด้วยบทเพลงปัญญาอ่อน แปลงร่างเป็นนักร้องยั่วชาย,หญิง และเพศอื่นๆได้ และมีอำนาจไปฮุบสื่อต่างๆง่ายดาย
- หมักโตนี่ ตัวแทนของความตะกละและปากสุนัข มักจะชอบกินไปบ่นไป ด่าไป หลังๆจะหนักด่ามากกว่ากิน ชอบที่จะด่าและกินมากกว่าทำงาน ใครที่อยู่ใกล้ตัวจะถูกจับมาด่า มีเอกลักษณ์คือจมูกไดโว่ ซึ่งมีแรงดูดสูงใช้ดูดคู่ต่อสู้มาได้
- เชเอนวี่ (เดอะ แพทริออท) ตัวแทนของสินบนข้ามชาติ มีความสามารถในการแปลงทรัพย์สินให้หายข้ามประเทศได้ง่ายดาย ล่าสุดสามารถแปลงร่างเป็นดอกลีลาวดีได้กลางสนามบิน
... โปรดติดตามตอนต่อไป...
รูปประกอบ http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A3926355/A3926355-89.jpg
....ต่อ (ไม่เลิกไม่รา)
แม้วเวิร์ด เอลริค และวัฒฟองเซ่ ได้ถูกลอบกัดจาก สนสการ์ธิ ซึ่งใช้วิชาประหลาดเหมือนๆการเล่นแร่แปรชาติ แต่ไม่ใช่ แต่มีลักษณะเป็นธูปเทียนสาปแช่ง และ CD ซะมากกว่า จนทำให้แขนกลออโต้เมลของเขาพัง ส่วนวัฒฟองเซ่ได้เสี่ยงตายแปลงร่างเป็นรถซิ่งเข้าช่วยพี่ชายแต่ก็พลาดท่ารถคว่ำบาดเจ็บสาหัส เกราะพัง พร้อมเสียงโห่ฮาป่าของคนดูรอบข้าง แต่อย่างไรเกราะส่วนหน้าของเขาก็ไม่พังเพราะหนามาก..
แม้วเวิร์ด และ วัฒฟงอเซ่จึงต้องหลบหนีกลับไปบ้านเกิดของเขา เพื่อพบกับเพื่อนหญิงในวัยเด็ก "วินอ้อ รอคเบล" ผู้ทำออโต้เมลให้เขา
วินอ้อ เป็นเจ้าของร้านออโต้เมลซึ่งร่ำรวยจากการขายออโต้เมลยี่ห้อ A มาก เพราะผูกขาดบริเวณนั้นและได้ลดเว้นค่าภาษี แถมเก็บค่าเช่าออโต้เมลนาทีละ 3 บาท รวยสะดือปลิ้น เจ้าอื่นที่มาแข่งแม้จะลดราคาเหรือนาทีละสลึงก็ยังสู้ไม่ไหว
แม้วเวิร์ดได้กลับมาซ่อมแทรมออโต้เมลของเขา และซ่อมเกราะรถซิ่งให้วัฒฟองเซ่ และพร้อมที่จะเดินทางไปพบอาจารย์ของเขา เพื่อขอคำแนะนำ...
... อาจารย์ของเขาคือใคร ..(น่าจะเดาได้)
... เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร ...
...โปรดติดตามตอนต่อไป ใน "เหลี่ยมกล คนแปรชาติ"
... เกือบลืมต่อ (กระทู้ตก เกือบหาไม่เจอ)
แม้วเวิร์ด และ วัฒฟองเซ่ ได้เดินทางกลับไปที่ดาบลิสเพื่อพบกับอาจารย์ของเขา เพราะเขาได้ทำวิชาการแปรชาติเพื่อกลบกระแสบางอย่างโดยการแปรหุ้นเพื่อซื้อสโมสรฟุตบอลที่ชื่อหงส์แดง แต่เขากลับทำผิดพลาด เพราะแปรได้ไม่นานสโมสรก็ไม่ยอมขาย
และเขาก็ได้พบกับอาจารย์ผู้เสี้ยมสอนวิชาแปรชาติให้เขาแต่เด็กนั่นคือ มหาลอง เคอร์ติส ... ผู้เคร่งครัดในธรรมะ และอาบน้ำเพียง 5 ขัน
และตอนนั้น แม้วเวิร์ดก็ระลึกถึงความหลังในวัยเยาว์ที่เขากำลังฝึกวิชาแปรชาติจากอาจารย์ โดยแม้วเวิร์ดได้ทำการบอกชาวดาบลิสว่า เขาจะใช้วชิแปรชาติแก้ปัญหาจาราจรในดาบลิสให้ได้ใน 6 เดือน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากชาวบ้าน แล้วแม้วเวิร์ดก็ทำการใช้วิชาสร้างป้ายต่างๆขึ้นมามากมาย เกิดคำฮิตเต็มดาบลิสไม่ว่า "ลูกใครหว่า" , "พี่ขาอย่าทับหนู" บลาๆๆๆ
... หลังจากนั้น 6 เดือน แม้วเวิร์ดก็สำเร็จวิชา และเดินทางกลับรีเซมเบิล .. การจราจรที่ดาบลิสก็ยังติดขัดมาจนวันนี้ .. (อ้าว มันไม่ทำต่อเรอะ.. !!)
ครั้งนี้หลังจากแม้วเวิร์ดได้รับคำปรึกษาจากอาจารย์ก็ต้องลากจาก เพราะท่านอาจารย์ก็มีธุระที่ต้องไปใช้วิชาในการขวางเบียร์ไม่ให้เข้าตลาดหุ้น .. ทั้ง 3 ก็ร่ำลากันเท่านี้
... ต่อไปมันจะเป็นยังไงอีกนะ...
กล่าวถึงช่วงที่ แม้วเวิร์ด และ วัฒฟองเซ่ เดินทางไปเพื่อค้นหาศิลา CEO เขาก็ได้พบนักเล่นแร่แปรชาติอีกคนของกองทัพ ผู้ที่ทำการทดลองผสานชีวิต นั่นคือ คงศักดิ์ ทักเกอร์
ท่านผู้นี้ได้พยายามหลอมสิ่งแปลกๆขึ้นมา เช่นหลอมเคเบิลทีวีไปยังพื้นที่สงครามทางใต้เพื่อหวังผลให้สงครามสงบ แต่กลับโดนโห่ฮาจากผู้คนรอบข้างแทน
เนื่องจากผลงานไม่เข้าตา แถมยังโดนคนในกองทัพพยายามมาเลื่อยขาเก้าอี้ เขาจึงยอมที่จะทำการทดลองที่ไม่มีใครทำคือการสร้าง คิไมร่า รุ่น บินได้ SU 30 MK
เริ่มต้นเขาทดลองโดยหลอมไก่เพื่อหวังช่วยเกษตกร แต่การหลอมไม่ได้เป็นไปโดยง่ายเพราะต้องใช้พลังแปรชาติ กับ ค่าคอมมิชชั่นถึง 3500 ล้าน แต่ท่านก็พยายามด้นเอาจนได้ จนเกิดปฏิกิริยาย้อนกลับมาหาภรรยาและลูกสาว แต่ก็ไม่สนใจ
ทางด้าน แม้วเวิร์ดได้แต่มองแล้วก็ปลงๆ ถ้าไม่ใช่เส้นภรรยาของ คงศักดิ์ ทักเกอร์ ท่านคงโดนส่งไปชายแดนให้ระเบิดตายพร้อมชาวอิชวาลไปแล้วมังเนี่ย...
อาจจะไม่ต่อจากตอนที่แล้ว ลองไปเทียบกับในคอมิคหรืออนิเมเอาเองแล้วกันนะครับว่าอยู่ตอนไหน
กองทัพชินจริงๆได้มีแผนการลับที่ทำการสร้างศิลา CEO ประชานิยม แต่เนื่องจากแผนการได้ถูกกลุ่มคนทั่วไปและนักข่าวพยายามขุดคุ้ย ทางกองทัพจึงได้ไปนำนักโทษของทางการที่มีฝีปากกล้า มีความสามารถเชือดเฉือดด้วยปาก แล่ศัตรูเป็นชิ้นๆ มานักต่อนัก จนเป็นที่หวาดกลัวแก่ชาวบ้านทั่วไป สุดท้ายกองทัพจึงจับมาเลี้ยงไว้ใช้งาน สมญานามของเขานั่นคือ "ศิเทย The Chopper"
ในบริเวณที่มีการทดลองลับ ศิเทยได้ตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า War Room คอยสอดส่องดูคนที่พยายามมาค้นความลับ หรือแม้เพียงติดประกาศข้อความที่พาดพิงถึงกองทัพ เขาก็จะออกไปหั่นๆๆๆๆ ข้อความและคนโพสท์ให้แดดิ้นไปในพริบตา...
ฐานทดลองลับของกองทัพดูเหมือนจะปลอดภัย แต่แล้ว สนสการ์ธิ ก็รู้ที่ซ่อนและบุกเข้าจู่โจม แต่ศิเธยและเหล่าสมุนวอร์รูมก็ร่วมกันป้องกันถล่มอย่างไม่ไว้หน้า ทั้งกัดและกรีด หรือใช้วิชาใจ้ดินในการแปรธาตุดินให้เป็นอุจจาระเอามาปาใส่สนสการ์ธิ ทางฝ่ายสนสการ์ธิก็ไม่ยอมแพ้ขุดเอาวิชามารต่างๆนานาๆมาโต้กลับ...
นอกจากนี้ 1 ในโฮมุนครูสอย่าง หมักโตนี่ ก็ยังมาร่วมวงด้วย งานนี้ไม่ลงมากินแต่มาด่าอย่างเดียว
จริงๆแล้วแม้วเวิร์ดต้องเข้าไปค้นหาข้อมูลศิลา CEO ประชานิยมแต่เนื่องจากเขาได้รับคำเตือนจากวินอ้อ รอคเบลว่าช่วงนี้ดาวพุธเคลื่อนถอยหลัง จึงงดปฏิบัติการต่างๆ...
ตอนนี้เลยทิ้งไว้แต่รอยแผลของทั้งฝ่ายศิเทยและสนสการ์ธิ และทั้งสองก็ถอยทัพไปแต่รอจะกลับมากัดกันใหม่ได้ทุกเมื่อ...
...(จะมีตอนใหม่หรือไม่ หรือจะโดนไฟแดงระนาว ก็ตอนนี้ละ)
เนื้อหากระโดดไปนิดนะครับ อันนี้จะอยู่ในคอมิคเล่ม 1 ...
ชื่อตอน การต่อสู้เหนือขบวนรถไฟฟ้า
แม้วเวิร์ดและวัฒฟองเซ่ได้เดินทางจากภาคตะวันออกมายังเซนทรัลซิตี้โดยรถไฟฟ้า บนขบวนยังมีคนสำคัญอีกคนคือท่านนายพล เพ้ง ฮาคุโร่
และแล้วก็เกิดปัญหาขึ้นบนขบวนกรถไฟฟ้า ไม่ใช่เพราะมีโจรปล้น (อ้าวไม่เหมือนต้นฉบับ) แต่เป็นเพราะผู้ว่าการของเซ็นทรัลซิตี้ต้องการสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าเอง ซึ่งขัดกับนโยบายของกองทัพชินซึ่งอุตส่าห์หาเสียงเอาหน้ามาแรมปี ซึ่งร้อนถึงผู้กอง ริซ่า หน่อยอายส์ ผู้คุมแผนนี้ โดนขโมยซีนต่อหน้าแบบนี้ก็เกิดอาการเม้งแตก ได้เรียกแม้วเวิร์ด และท่านนายพลเพ้ง ฮาคุโร่ หยุดการสร้างส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าเสีย แถมยังเกทับกลับไปว่าจะทำถึง 7 สีสายรุ้ง มีทั้งสายบนดินใต้ดิน ตีลังกา 10 ตลบเพื่อหลอกล่อ
แม้วเวิร์ดจึงได้โอกาสสวนผู้ว่าเซ็นทรัลไปว่า "คิดแบบนี้มันด้อยพัฒนา" และยิ้มกริ่มว่าต้องชนะแน่
แต่ประชาชนฝั่งใกล้ๆเซ็นทรัลกลับไม่สนและโห่กลับ เพราะทนลำบากกับการจราจรที่ติดขัด กว่าจะข้ามฟากมาเซ็นทรัลซิตี้ต้องเดินรถมาครึ่งค่อนวัน ทำเอาเจ๊ หน่อยอายส์ถึงกับต้องยอมถอย รวมถึงท่านนายพล เพ้ง ฮาคุโร่ ซึ่งช่วยอะไรไม่ได้เลย
รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายของเซ็นทรัลซิตี้จึงก่อสร้างต่อไปได้...
แต่แล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพราะโจรตามบทที่ควรจะออกมาเพิ่งจะโผล่ เขาคือกองโจรไก่ชนอันลือชื่อ นำทีมโดยหัวหน้าโจร แอ๊ด บัลโด อุ้มไก่ชนมายึดขบวนรถไฟฟ้า และประกาศให้กองทัพชินที่ออกกฎให้ฆ่าไก่ในบริเวณที่ติดโรคให้ถอนคำสั่งมิฉะนั้นจะระเบิดรถไฟฟ้าทิ้ง..
งานนี้เจ๊หน่อยอายส์ ซึ่งอยู่บนขบวนจึงได้โอกาสสร้างผลงาน เข้าไปดวลปะทะเดี่ยวๆกับ แอ๊ด บัลโด (เอ.. ไม่เหมือนต้นฉบับนะ) ทุกคนเฝ้าดูอย่างใจจดใจจ่อว่าต้องนองเลือดแน่ๆ..
แต่.. ริซ่า หน่อยอายส์ กลับใช้ท่ายิงปืนมายาสองหน้าอันลือชื่อ เจรจากับ แอ๊ด บัลโด และแต่งตั้งเขาให้เป็นคณะทำงานในกองทัพเพื่อดูแลไก่ชน แอ๊ด บัลโด และกลุ่มโจรจึงยอมถอยอย่างสงบ และลงจากรถไฟฟ้ากลับไปชนไก่ต่อ ...
ก่อนกลับเขาก็แวะโฆษณาขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังรายทาง....
(ตอนนี้ทำไมมันหลุดจากต้นฉบับไปไกลเลยเนี่ย)
.
.
.
ตัดแปะจากกระทู้พันทพอ่ะจ๊ะ...ชอบๆ
ของเก็บไว้อ่านนะเหอๆๆๆๆๆ
มาอิดิทเพื่อแปะ.....
HYDE จับมือ Mika Nakashima บุกวงการการ์ตูนอีกครั้ง
หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งกับเรื่อง NANA HYDE จากวง L'Arc-en-ciel ก็เตรียมจับมือกับมิกะ นากาชิม่า นักแสดงนำจากเรื่อง NANA ทำงานเพลงด้วยกันอีกครั้ง แต่ว่าคราวนี้ไม่ใช่การแต่งเพลงให้แบบ Glamorous Sky ที่โด่งดังสุดๆ จนขายได้ทะลุ 500,000 แผ่น แต่คราวนี้ซิงเกิลเพลงใหม่ของทั้งคู่นั้นถูกวางตัวให้เป็นเพลงเปิดและเพลงปิดให้กับอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดของ Production I.G อย่างเรื่อง Blood+ นั่นเอง โดย Hyde นั้นจะร้องเพลง SEASONS CALL เป็นเพลงเปิด และมิกะนั้นจะร้องเพลง CRY NO MORE เป็นเพลงปิด และจะเริ่มใช้ออกอากาศในเดือนมกราคมนี้ และซิงเกิลทั้งสองเพลงนี้จะออกวางจำหน่ายในวันที่ 22 ก.พ.นี้ แหมงานนี้เรียกว่าจับคู่กันดังเลยน่ะเนี่ย
Arden Endrain "สำนักข่าว Questnews"
edit @ 2005/12/19 11:14:01












#1 By hydie on 2005-12-19 10:59